ความเกี่ยวข้องของหน่วยงานองค์การเภสัช และโควิด19

ในขณะนี้ทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เป็นการแพร่ระบาดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวันในขณะนี้อัตราผู้ป่วยจากทั่วโลกมีมากกว่าล้านคนจากประชากรทั้งหมด ถือเป็นเป็นภัยจากโรคระบาดที่มีระดับความรุนแรงอีกทั้งยังควบคุมได้ยากทางองค์การอนามัยโลกจึงได้มีประกาศเตือนให้ทั่วโลกเฝ้าระวังเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าให้ประชากรทุกคนเฝ้าติดตามข่าวสารและได้ประสานงานให้ทุกหน่วยงานเร่งหาวิธีรับมือไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานจากองค์การเภสัชกรรม และหน่วยงานทางการแพทย์ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการแพร่ระบาดของไวรัส ASF เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชนิดเป็นไวรัสที่ติดเฉพาะสัตว์แต่เพื่อการรับมือจากสิ่งต่างๆ ทางรัฐบาลจึงอยากให้ประชาชนเตรียมความในการรับมือเกี่ยวกับโรคระบาดอยู่เสมอ ศึกษาข้อมูลและปฏิบัติตามมาตรการป้องการควบคุมโรค รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเพื่อตนเองและครอบครัว

หน่วยงานช่วยเหลือประชาชนจากโรคระบาด

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ถือเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดขั้นวิกฤตที่สร้างผลกระทบให้หลายหน่วยงานและส่งผลกระทบแก่ประชาชน ปัญหาการแพร่ระบาดในครั้งนี้ปัญหาหลักคือการต้องกักตัวอยู่บ้าน จึงทำให้ยากต่อการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆหรือผู้ป่วยบางรายอาจจะยังไม่ทราบเกี่ยวกับหน่วยงานที่เปิดให้บริการช่วยเหลือ สำหรับท่านใดที่ได้รับเชื้อท่านสามารถติดต่อกับโรงพยาบาลที่มีประกันสังคมอยู่แล้วเพื่อให้ได้รับการรักษาทันที ทางองค์การเภสัชกรรมและกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานกับโรงพยาบาลต่างๆเพื่อให้สามารถรับการรักษาผู้ป่วยอย่างทั่วถึงสำหรับหน่วยงานที่เปิดให้บริการสายด่วน เพื่อรับผู้ป่วยโควิดเข้ารักษา

  1. สำนักงานนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1111 ท่านสามารถติดต่อร้องเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด 19 ได้ทุกกรณี
  2. กรมควบคุมโรค เบอร์ 1422 ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวอาการป่วยหรืออาการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ หากท่านใดมีอาการแล้วสามารถติดต่อเพื่อตรวจ RT-PCR ได้ด้วยตนเอง
  3. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน เบอร์ 1669 เปิดให้บริการทั้งผู้ป่วยโควิดและผู้ป่วยเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน ท่านสามารถติดต่อเพื่อแจ้งให้โรงพยาบาลใกล้บ้านทราบได้
  4. กรมการแพทย์ เบอร์ 1668 สามารถติดต่อเพื่อประสานงานหาเตียงผู้ติดเชื้อโควิด 19
  5. สำนักงานหลักประกันสังคมแห่งชาติ เบอร์ 1330 สามารถติดต่อเพื่อเช็คสิทธิการรักษาพยาบาลได้
ww

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.matichon.co.th/

ความรู้เกี่ยวกับฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด 19

เชื้อไวรัสวิด 19 เป็นเชื้อไวรัสที่ยังไม่มียาที่สามารถรักษาไวรัสได้ 100% มีวัคซีนที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการทั่วโลกเริ่มได้มีการทดลองคิดค้นยาต้านไวรัสเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องตามขั้นต้อนของการแพทย์ประเทศไทยนั้นได้มีการนำยาฟ้าทะลายโจรใช้เพื่อการรักษาอาการโควิด 19  สมุนไพรไทยเป็นสมุนไพรที่ช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงและในขณะนี้ยังมีการนิยมนำมาทานเพื่อรักษาโรคต่างๆ แต่ต้องทานตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญให้ดีเสียก่อนหากทานเพื่อรักษาโรคอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ทางองค์การเภสัชกรรมและแพทย์แผนไทยได้ทำการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยสารสกัดของฟ้าทะลายโจรนั้นมีสรรพคุณช่วยในการรักษาโควิด 19  โดยเป็นการศึกษาในการใช้สารสกัดฟ้าทะลายโจรขนาดสูง ทั้งยังประกาศให้ผู้ที่บริโภควรทานอย่างระมัดระวังและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ข้อระวังก่อนทานยาฟ้าทะลายโจร

  1. ฟ้าทะลายโจรมีสารที่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 เพื่อให้เกิดผลดีและไม่เป็นอันตรายควรทานตามแพทย์สั่งเท่านั้น ปฏิบัติตามขอระวังอย่างเคร่งครัดเพื่อประสิทธิผลในการรักษาแลความปลอดภัยของสุขภาพ
  2. ไม่ควรให้สตรีใครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตรและผู้ป่วย 7 กลุ่มเสี่ยงโรครับประทาน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทานเสมอ
  3. ไม่ควรทานร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ยาลดความดัน โคลพิโดเกรลและวาร์ฟาริน
  4. ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วันต่อสัปดาห์และไม่ควรทานต่อเนื่องเกิน 3 เดือน
  5. หากมีอาการแพ้ เช่น ผื่นขึ้น หายใจลำบาก หน้าบวมควรหยึดทานทันที

การกักตัวแบบ Home Isolation

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับรุนแรง ผู้ป่วยทุกคนจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและเพื่อควบคุมโรคไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไปยังบุคคลอื่นซึ่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ส่วนมากนั้นมีทั้งแบบแสดงอาการและไม่แสดงอาการเนื่องจากมียอดผู้ติดเชื้ออยู่จำนวนมาก ทางองค์การเภสัชกรรมและกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการหารือกันร่วมกับแพทย์เพื่อหาวิธีรับกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนมากขึ้น จึงได้มีการประกาศให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรับการรักษาแบบ Home Isolation รวมถึงผู้ป่วยในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาตนเองได้อย่างถูกวิธี ขั้นตอนการ Home Isolation ผู้ป่วยจะต้องสังเกตอาการและควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมื่อตรวจพบเชื้อแพทย์จะประเมินใช้แนวทางการดูแลตนเองแบบ Home Isolation แพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างน้อย 14 วัน มีโรคประจำตัวหรือไม่ และมีอาการอยู่ในระดับใดจะอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ทั้งหมด ผู้ป่วยต้องยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเองและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

Copyright © 2021 Supported by